| Wipraima's profileஐ(。・ω・) Ma[T]H...tha ~ L...PhotosBlogLists | Help |
|
|
ஐ(。・ω・) Ma[T]H...tha ~ Lun[L]a....Lu[N]L[A] (・ω・。)ஐ
March 18 21 ปี กับ 1 วันคุณรู้ไหม เวลามีค่าแค่ไหน ?
ถ้าอยากรู้ว่าหนึ่งปีมีค่าเพียงใด
ให้ถามนักเรียนที่สอบไล่ตก
ถามมารดาที่ต้องคลอดบุตรก่อนกำหนด
ให้ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์
ให้ถามคู่รักที่ต้องรอเวลาจะพบกัน
ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทางหรือเครื่องบิน
ให้ถามนักกีฬาโอลิมปิคที่ได้เหรียญเงิน
นี่แหละคุณค่าของเวลา เวลาไม่เคยรอใคร เราควรใช้เวลาทุกขณะอันมีค่ายิ่งให้ดีที่สุด แล้วคุณล่ะคุณคิดว่าคุณใช้เวลาของคุณอย่างเต้มที่รึเปล่า ?
ที่มา : Fwd mail
February 26 ตัวแทน .. ... ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับพี่สาวที่จบการศึกษา และจะรับปริญญาวันเสาร์นี้(28 ก.พ.) และก้อมีการซ้อมใหญ่ไปเมื่อวาน แบบว่าร้อนโคดๆที่สวนอัมพร อยู่ที่อื่นก้อแทบจะละลายแล้ว แต่พอมาที่นี่ระเหิดได้ได้อ่ะ - -" แถมคืนก่อนหน้านั้นก้อไม่ได้นอนเรย - ตื่นเต้นมาก พี่สาวตรูจะรับปริญญาๆตื่นเต้นๆ นอนไม่หลับเรย แน่นอนว่าคนที่บ้านคนอื่นๆก้อเช้นกัน ทุกคนตื่นเต้นแทนมันหมด แต่ตัวมันนอนหลับสบ๊ายยยย พอถึงเมื่อวานรูปออกมาเรยมีมันสวยอยู่คนเดียว ส่วนชั้นนี่หยังกะซากศพ ไปมันโทรมๆ หน้ามันๆอย่างนั้นเรย(จิงๆจะแต่งหน้าไปละ แต่เหนอากาศร้อน กลัวจะเยิ้มมม 555+)
และแล้วคับเนื่องจากเปนครอบครัวตัวกลมอามรณ์ดี ก้อไม่พลาดที่จะมีเรื่องฮาๆ ..
(อันนี้โดย พี่สาว)
อีกเรื่อง ..
(อันนี้ตอนเดิน MBK วันนี้)
February 20 I don't care!! .. เรื่องมันมีอยู่ว่า วันนี้(20 ก.พ. 52)ม่ายมีครายจะอยุ่บ้านเรย ประมกอบกับข้าพเจ้าไม่มีเรียน ก้อเรยขออยู่บ้านเปนหลานกตัญญูซะโหน่ย ฮุ ฮุ - ขอบอกว่าวันเน้ร้อนมากๆๆๆเรย แต่จะให้หยิบเสื้อบางๆมาใส่ก้อใช่ที่ ครั้นจะใส่ลายดอกสุดระบายอากาศก้อเหนจะเร็วไปหน่อย สุดท้ายเรยจบลงที่เสื้อยืด"I don't care."ที่บางพอดีๆแบบไม่น่าเกลีดนัก และใส่นอนตากพัดลมจนสัก 10โมงเหนจะได้ ก้อเรยออกไปตัดผมที่ร้านเดิม และทรงเดิม แต่ผลออกมาว่ามันได้ทรงเดิมจิงๆ แบบว่าสั้นเต่อสุดๆแบบ"เดิม"ตอนแรกเรยอ่ะ - -"
คือ พอตัดออกมาก้อเสียเซลฟ์อยู่แล้ว แต่ไคล์แมกซ์มันอยุ่ตรงที่เดินไปรอรถเมล์ไปโลตัส ก้อมีนักศึกษาหลายคนยืนอยู่อ่ะนะ แต่มีนังสองคนที่มันมาเจ๋อนินทาให้เราได้ยิน แล้วชี้ชวนกันดูทรงผมเราประมาณว่า "แกๆดูทรงผมน้องคนนั้นดิโคดฮาเรย เจ๊แกโคดมั่นอ่ะตัดทรงนี้" อีอีกคนก้อเปนลูกคู่เรย "อ่าว ก้อแกไม่เหนเค้าใส่เสื้อออ .. ไอด้อนแคร์ คงไม่แคร์ใครเจงๆอ่ะตัดทรงนี้" .. ตอนนั้นฟังแล้วแบบ กูผิดไม๊เนี่ยยยยยย!!!! ในใจคิดว่าจะกลับบ้านดี รึจะไปโลตัสดี แต่รถมันมาพอดีเรยยขึ้นไปอย่างงงๆ สรุปคือไปโลตัส 55+
แล้วๆๆๆ .. ประเด็นอีกทีมันอยู่ตอนทานอาหารเยนที่บ้าน พอพ่อเหนพ่อก้อถามว่า ร้านไหนแกล้งมา เราก้อได้แต่หัวเราะเหอะๆๆ ซักแปปปู่หันมามองแล้วพูดว่า "ชั้นเคยบอกแล้วไง ตัดผมวัยรุ่นสมัยนี้ง่ายจะตาย แค่ทำให้มันดูทุเรศๆเข้าไว้" ... ตอนนี้ชักเริ่มรุสึกว่าหัวตัวเองตอนนี้มันแย่มากๆๆแล้วอ่า T_T
January 25 ความสำเร็จของเพื่อน และความรันทุรังของเรา ก่อนอื่นเรยต้องขอแสดงความยินดีอีกรอบกับบัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาอัสสัมชันทุกคน พี่เอิ้ล รวมทั้งแกด้วยนะไอนุ(ถึงแกจะไม่มาอ่านก้อเหอะ) เมื่อวานเรามีโอกาสได้ไปงานรับปริญญาของเพื่อนมา ขยันสุดยอดจบสามปีครึ่ง ซึ่งงานมอบปริญญาบัครนี้ก้อจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ แล้วคือแค่ลำพังงานรับปริญญาคนก้อเยอะอยู่แล้ว เมื่อวานยังเปน"วันจ่าย"ของคนจีนอีกตะหาก โอ้โห!!คนเยอะx2 แบบว่าไม่ว่าจะไปที่ไหน ไปยังไง ก้อเจอแต่ คน คน คน ทำให้เราไม่สามารถเอารถไปถึงศูนย์ประชุมได้ ในที่สุดก้อต้องจอดไว้ที่คาร์ฟูร์รัชดาฯ แล้วก้อนั่งใต้ดินไป แล้วก้อนะอย่างที่บอกใต้ดินก้อได้ดินเหอะ คนโค้ดดดเยอะเรย หยั่งกะอาณาจักรไส้เดือน เยอพเปนเรือนพันเรือนหมื่นเรยทีเดว ..
และในที่สุดเมื่อเราไปถึง พอขึ้นไปบนดินจนได้ - -" ปรากฎว่าบนดินคนยิ่งเยอะกว่าตะเก๊อี๊กกก!!! ซวยแล้วตูจะหาเพื่อนเจอไหมเนี่ย ก้อเรยเอาวะลองเสี่ยงดวง โทรหามันดู(ตอนรับปริญญาปีที่แล้ว เราเหนเหตุการณ์ที่มือถือบัณฑิตแบตหมดแล้วทำให้ติดต่อใครไม่ได้เยอะมาก - เพราะฉะนั้นจะแนะนำ และเตือนตัวเองไว้เรยว่า ตอนรับปริญญานะ ตูจะเกณฑ์คนที่บ้านมาถือโทรศัพท์ไว้เรย แล้วจะให้ถือไว้ซะสามเครื่องเผื่อแบตหมด) ..
January 23 เป๊ปซี่กรีน - เกี่ยวกะ Earth warming ไหมเนี่ย? .. คือ ตะกี้สดๆร้อนๆ เราไปหาไปกินแบบว่า .. ทำโปรเจคมานาน เบื่อแล้ว ปวดตา หาไรทำแก้เซง ลงไปเอาของมากิน ปรากฎหนมซองๆไม่มีเรย มีแต่เถ้าแก่น้อยของพี่เต็มตู้เรย - -" เรยเดินๆกะหาน้ำหวานๆกิน ปรากฎไปเจอ เป๊ปซี่กรีน เปนผลิตภัณฑ์ใหม่(รึเปล่า?)ของเป๊ปซี่(เหมือนเคยเหนไปเนตว่า ที่ญี่ปุ่นมีเป๊ปซี่ไลท์ .. คือเปนเป๊ปซี่สีขาวอ่ะ) มาพูดถึง เป๊ปซี่กรีน กันต่อ ..
เนื่องด้วย ณ ขณะนั้นฟีลแบบว่า สมองกะลังบรรเจิดไปด้วยไอเดีย เพราะอยู่ในขณะเพิ่งหยุดพักหลังจากทำโปรเจคมานาน ทำให้เราเรยคิดอะไรแผลงๆว่าไอเป๊ปซี่กรีนนี่มันจะเกี่ยวของอะไรกับพวกรณรงคลดโรคร้อนป่าวหว่า? แบบ think green ไรแบบนี้ ว่าแล้วก้อสงสัยต่อไป ว่ารสชาติมันจะเปนยังไงหว่า มันจะเหมือนเป๊ปซี่ธรรมดาอ่ะเป่า? - และเนื่องจากเรา เหล่านิสิตคณะวิทยาศาตร์ถูกปลูกฟังมาไม่ให้เชื่อในสิ่งที่เห็น ให้เชื่อในผลการทดลอง เราก้อเรยทดลองมันดูซะหน่อย .. ผลลัพธ์ที่ได้ก้อคือ เรารุสึกว่า อีเป๊ปซี่กรีน เนี่ยรสชาติมันห่วยแตกมากๆเรยอ่ะ รุสึกว่ารสมันไม่เหมือนเป๊ปซี่ แต่มันก้อเหมือนกะไรบอกไม่ถูกรู้แต่ไม่ชอบ แต่ด้วยสมบัติของมันมั้ง กินไปอึกเดวมันยังติดที่ลิ้นอยู่เรยอ่า - พูดถึงตอนนี้ทำให้เรารุสึกถึงคำพูดของเพื่อนที่ภาคเราคนนึงแบบว่าตอนนั้นนั่งกินข้าวกันอยู่ แล้วพอดีไอแนนมันไปซื้อ แลคตาซอยแบล็กมากิน เราก้อบอกไปว่ามันไม่เหนจาอร่อยเรยไรทำนองนี้ แล้วก้อ .. ออกทะเลเจ้าข้าเอ๊ย คุยไปคุยมาพูดถึงเรื่องแฟนต้าลื้นจี่ ซึ่งเราให้ความเหนไปว่า "คือเรากินแล้วรุสึกว่า ลิ้นจี่มันควรจะกลับไปเปนลิ้นจี่อย่างเดิมอ่ะ ไม่น่ามาเปนแฟนต้า" แต่ คุณไมค์ เพื่อนภาคเราคนหนึ่งกลับเปนแฟนของแฟนต้าลิ้นจี่อยู่ และนอยมากนี่มันเลิกผลิตไปแล้ว เพราะมีคนที่คิดแบบเรามากกว่า 555
ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องของอร่อย(สำหรับเรา) แล้วมันก้อเลิกผลิตไปแล้ว ก้อเหนจะมี โฟร์โมสรสกล้วยหอม นี่แหละ .. คือเราเปนคนชอบกล้วยหอมเปนชีวิตจิตใจ ตอนนั้นที่มันวางขาย ได้กินแค่ 2-3 ขวดเองมั้ง(ขนาดตอนมันวางขายยังหาซื้อยากมากๆอ่า) แถมตอนนี้ยังเลิกผลิตไปแล้ว สร้างความเสียดายให้เราเปนอย่างมาก - ทั้งที่เราก้อคิดว่ามันอร่อยๆดีแท้ เหอๆๆ
.. อันนี้เปนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกเรื่องแล้วกัน คือตะกี้ตอนที่เราจะกิน เป๊ปซี่กรีน เราเพิ่งสังเกตข้างขวด มันมีเขียนว่า มีคาเฟอีน เราก้อเรย "เหอ!! .. เป๊ปซี่กรีนมีคาเฟอีนด้วยหรอ" แล้วก้อเรยไปดูกบเป๊ปซี่ออริจินัล ปรากฎว่ามันก้อมีคาเฟอีนเหมือนกัน ตอนนั้นรุสึกแบบว่า"จิงดิ๊ .. เพิ่งรุ้นะเนี่ย" รุสึกเหมือนโง่มากๆที่เพิ่งสังเกตเหน 55
January 20 visa อเมริกา .. ข้าก้อได้มาแร้น !!! .. วันนี้เรียกได้ว่าเปนวันที่สำคัญวันหนึ่งสำหรับเราเรยทีเดียว เพราะเปนวันที่ทางสถานฑูตนัดให้ไปสัมภาษณ์วีซ่า ซึ่งการจะได้ไป รึไม่ได้ไป work&travel ของเราก้อขึ้นอยู่กะเรื่องนี้เปนสำคัญด้วย เพราะถ้าวีซ่าไม่ผ่าน ก้ออดไป แล้วจะทำยังไงกับชีวิตล่ะ หาก้อไม่ได้หา เรียนก้อไม่ได้สมัครไว้ .. แต่ช่างเหอะ ในที่สุด วีซ่าอเมริกา ข้าพเจ้าก้อได้มันมาในมือ วะฮะฮ่า
เริ่มด้วยวันนี้ ก้อมามหาลัยแต่เช้าเหมือนเดิม ทำนู่นทำนี่ พอได้ซักแปดโมงก่าๆ ก้อเดินไปที่สภากาชาดไปบริจาคเลือด ซึ่งเด๋วนี้สภากาชาดเค้าพัฒนาแล้วเว่ย เค้ามีรถแบบ รถกอล์ฟ บริการรับ-ส่ง จากที่หน้าประตู ไปถึงตึกที่บริจาคเลือด แต่เนื่อจากข้าพเจ้าไม่รู้ เรยเดินเข้าไปเฉยๆ ปรากฎว่าเหตุการณ์ระทึกใจก้อเกิดขึ้น โดยไอรถกอล์ฟรับ-ส่งที่มันจอดอยุ่ ก้อติดเครื่องแล้วไล่ตามตู เท่านั้นไม่พอ คนขับก้อตะโกนเรยให้ขึ้นรถ .. ทั้งอาย ทั้งตกใจเรย เหอๆๆ ทั้งนี้พอบริจาคเลือดเส็ดออกมาจากตึกก้อเจอรถกอล์ฟคันเดิม(แหม่ .. มันช่างทำบุญกะตูมานะ เหอๆๆๆ) ข้าพเจ้าเรยเดินไปขึ้นมันแต่โดยดี เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม - -"
ทีนี้มาเล่าถึงเรื่องวุ่นๆของการไปขอวีซ่าบ้าง .. อันนี้หลังจากการรับประทานอาหารกลางวันแสนอร่อยที่จุลจักรพงษ์ฟู้ดเซนเตอร์อันสนิทสนมของเด็กวิดยาแล้ว เรากะเมย์(อีนี่อีกแล้ว)ก้อออกเดินทางไปยังสถานฑูตอเมริกา
ครับ .. แล้วเมื่อสองกะเหรี่ยงได้พาตัวเองทั้งสองไปถึงสถานฑูตแล้ว ก้อเริ่มไปต่อแถวตรวจร่างกาย ตรวจเอกสาร ทำนู่นทำนี่ แล้วก้อรอ ร้อ รอ จนถึงบ่ายสอง กว่าจะได้สัมภาษณ์ และแล้วสิ่งที่สร้างความตระหนกแก่พวกเราทั้งสองก้อปรากฎตรงหน้า ก้อไอสัมภาษณ์วีซ่าที่ว่าเนี่ย ตรูก้อเพิ่งรู้ว่ามันให้ไปยืนตอบคำถามเค้าเหมือนเวลาเราไปซื้อบัตร BTS อ่ะ(ตอนแรกนึกว่าอารมณ์เดียวกับสัมภาษณ์ทั่วๆไป แบบว่าเค้าไปในห้องไรงี้) โอ้คับ .. และในที่สุดต่อหน้าประชาชี เราทั้งสองก้อต้องทำอย่างนั้นแล เหอๆๆ แต่ .. ระหว่างที่จะเข้าสัมภาษณ์สิคับ แถวเราดันมีเพื่อน(ที่เพิ่งรุจักกัน)ที่แสนจะหวังดี คอยพูดไซโคพวกเราตลอด
จากนั้น .. เมื่อถึงคิวของสัมภาษณ์ของเรา(ได้กงสุลที่หล่อมากก เฟรนลี่ด้วย โคดโชคดี ฮุฮุ)
สรุป กูรอสัมภาษณ์นานมากกก แต่สัมภาษณ์จิงกิ๊กเดว กิ๊กเดวเท่านั้นผ่าน!!! และแล้วเราก้อได้วีซ่าอเมริกามาไว้ในมือ โฮะๆๆๆ
December 29 เกิดเป็น ญิ๋ง แท้จริงแสนลำบาก ... blog ครั้งนี้ขอมอบเครดิตให้กับกระทู้ในพันทิพกระทู้นี้เรย >> http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q7306438/Q7306438.html ตอนนี้ได้ขึ้นเปนกระทู้ฮ๊อตด้วย เพราะฮา และแอบรงกับผู้หญิงหลายๆคน เพราะเจ้าของกระทู้(ที่เปน ผช )จะเล่าๆๆเกี่ยวกับเพื่อน ผญ ของเค้า ทำให้เราเรยได้แรงบันดาลใจมาอัพ blog เกี่ยวกับความเปน ผู้ญิ๊งงง ผู้ญิ๋ง ของเราซะหน่อย 555+
เรื่องแรกก้อคือ .. เรื่องรองเท้าส้นสูง(ที่ จขกท กล่าวถึงเปนเรื่องแรก ว่าทัมมั๊ย ทัมมัย ผญ ถึงต้องใส่กันจั๊ง ?)
เรื่องที่สอง อันนี้เกี่ยวกับเรื่องกระเป๋า ที่ ผญ ส่วนมากชอบ แบกกกก อะไรเยอะแยะไปหมดตลอดเวลา
|
||||
|
|