Wipraima's profileஐ(。・ω・) Ma[T]H...tha ~ L...PhotosBlogLists Tools Help

Wipraima Issarangkula

Occupation
Photo 1 of 11

ஐ(。・ω・) Ma[T]H...tha ~ Lun[L]a....Lu[N]L[A] (・ω・。)ஐ

No content has been added yet.
March 18

21 ปี กับ 1 วัน

 
 
คุณรู้ไหม เวลามีค่าแค่ไหน ?
 
ถ้าอยากรู้ว่าหนึ่งปีมีค่าเพียงใด
ให้ถามนักเรียนที่สอบไล่ตก


ถ้าอยากรู้ว่าหนึ่งเดือนมีค่าเพียงใดให้

ถามมารดาที่ต้องคลอดบุตรก่อนกำหนด


ถ้าอยากรู้ว่าหนึ่งสัปดาห์มีค่าเพียงใด

ให้ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์


ถ้าอยากรู้ว่าหนึ่งชั่วโมงมีค่าเพียงใด

 ให้ถามคู่รักที่ต้องรอเวลาจะพบกัน


ถ้าอยากรู้ว่าหนึ่งนาทีมีค่าเพียงใด

ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทางหรือเครื่องบิน


ถ้าอยากรู้ว่าเสี่ยววินาทีมีค่าเพียงใด

 ให้ถามนักกีฬาโอลิมปิคที่ได้เหรียญเงิน

 

นี่แหละคุณค่าของเวลา


เวลาไม่เคยรอใคร เราควรใช้เวลาทุกขณะอันมีค่ายิ่งให้ดีที่สุด
แล้วคุณล่ะคุณคิดว่าคุณใช้เวลาของคุณอย่างเต้มที่รึเปล่า ?

 

ที่มา : Fwd mail

... เราเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกแล้วว่าเวลามีค่ามากเพียงใด เวลาที่เหลืออีกวันเดียวของเราก่อนที่จะบินไปประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งใครหลายคนใฝ่ฝันจะไป ที่ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่าอะไรจะรอเราอยู่ - ช่วงเวลา1อาทิตย์ที่ผ่านมา เราก้อเหมือนกับเด็กที่จะไปต่างประเทศคนอื่นๆที่ง่วยอยุ่กับการจัดของ แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้รับรู้ คือความห่วงใยจากใครหลายๆคน ทั้งจากครอบครัว และจากเพื่อนฝูง ถึงแม้การเดินทางครั้งนี้ ถ้านับๆดูแล้วก้ออาจจะเปนการไปแค่ไม่นาน แต่บางทีการที่เราต้องไปเจออะไรใหม่ๆก้อทำให้กังวลได้เหมือนกัน หลายครั้งที่เราเลิกความคิดที่จะเดินทางครั้งนี้ หลายครั้งที่ต้องปลอบตัวเองเองว่า มันก้อเหมือนกรที่เราไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆติดๆกันนานไปหน่อย และใช่อีกไม่นานเราก้อจะกลับมา .. ถึงแม้จะยังมีความกังวลบ้าง แต่เราก้อจะเดินหน้าต่อไป ..

... และตลอด3เดือนนี้ก้อคงต้องทนเหงาที่จะไม่ได้เจอใครๆที่ได้ตื่นมาเจอกันทุกๆเช้า กินข้าวด้วยกัน คุยกันมาตลอด 21 ปี ไม่ได้เจอเพื่อนๆที่ถึงจะไม่ได้เหนหน้า แต่ก้อยังคอยส่งเสียงมาหากันอยู่เสมอๆ

เอาล่ะ ไม่อยากอัพแล้วเด๋วจะกลายเปนบล็อกเส้าไป เดินหน้าต่อไปดีก่า 55+

 

.. แล้วเจอกันในอีก 3 เดือนนะ ..


 

February 26

ตัวแทน ..

 
    ... ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับพี่สาวที่จบการศึกษา และจะรับปริญญาวันเสาร์นี้(28 ก.พ.) และก้อมีการซ้อมใหญ่ไปเมื่อวาน แบบว่าร้อนโคดๆที่สวนอัมพร อยู่ที่อื่นก้อแทบจะละลายแล้ว แต่พอมาที่นี่ระเหิดได้ได้อ่ะ - -" แถมคืนก่อนหน้านั้นก้อไม่ได้นอนเรย - ตื่นเต้นมาก พี่สาวตรูจะรับปริญญาๆตื่นเต้นๆ นอนไม่หลับเรย แน่นอนว่าคนที่บ้านคนอื่นๆก้อเช้นกัน ทุกคนตื่นเต้นแทนมันหมด แต่ตัวมันนอนหลับสบ๊ายยยย พอถึงเมื่อวานรูปออกมาเรยมีมันสวยอยู่คนเดียว ส่วนชั้นนี่หยังกะซากศพ ไปมันโทรมๆ หน้ามันๆอย่างนั้นเรย(จิงๆจะแต่งหน้าไปละ แต่เหนอากาศร้อน กลัวจะเยิ้มมม 555+)
 
    และแล้วคับเนื่องจากเปนครอบครัวตัวกลมอามรณ์ดี ก้อไม่พลาดที่จะมีเรื่องฮาๆ ..
(อันนี้โดย พี่สาว)
พี่ : (ใส่ชุดครุยอยู่)ร้อนว่ะ ..
วิ : อื้มม ..
พี่ : ร้อนเพราะไปชุดครุยนี่แหละ
วิ : อื้ม .. ถอดก้อไม่ได้เนอะ
พี่ : เออนั่นดิ .. ถอดแล้วค่อยเอาภาพไปแต่งโฟโต้ชอปใส่ครุยที่หลังไม่ได้ออ?
วิ : มันได้ซะที่ไหนล่ะ - -"
( .. ผ่านไปซักพัก .. )
พี่ : งั้นถ่ายรูปเพื่อนชั้นแล้วเอาไปโฟโต้ชอปชั้นเข้าทีหลังได้ป่ะ?
วิ : - -"
 
 อีกเรื่อง ..
(อันนี้ตอนเดิน MBK วันนี้)
.. คือระหว่างเดินดูของกะเพื่อนอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่ง พอดีว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเธอเดินมาธรมมดาๆ(อ่าว) - คือเดินอ่ะธรรมดาไง แต่ชุดเทออ่ะไม่ธรรมดา ประมาณว่าใส่บิกีนี่เดินอ่ะ แล้วผ้ามันแบบว่าเปนผ้ามันๆ เลื่อมๆ สีเงินอ่ะ แล้วแบบเทอหุ่นดีมากกกกจิงๆ เหมือนนางแบบเรย หน้าตาก้อออกแนวญี่ปุ่น จิ้มลิ้ม น่ารัก คือเดินผ่านใครก้อมีแต่คนมองตาม และแน่นอนว่าเรากะเพื่อนก้อด้วย ..
 
เพื่อน : โหหห .. สุดยอดอ่ะ
วิ : อื้อ
เพื่อน : แกดูดิ หุ่นดีมากเรย มีแต่คนมองตามเรยอ่า
วิ : เออ นั่นดิ
เพื่อน : แม่ง อยากมีคนมองอย่างนี้มั่งว่ะ
วิ : เฮ้ยย .. อย่าคิดมาก ถ้าชั้นใส่แบบนั้นมาเดินบ้างก้อมีคนมองเหมือนกันแหละ ชั้นว่ามองมากกว่าที่มองเค้าอีก 555+
เพื่อน : - -"
 
February 20

I don't care!!

 
     .. เรื่องมันมีอยู่ว่า วันนี้(20 ก.พ. 52)ม่ายมีครายจะอยุ่บ้านเรย ประมกอบกับข้าพเจ้าไม่มีเรียน ก้อเรยขออยู่บ้านเปนหลานกตัญญูซะโหน่ย ฮุ ฮุ - ขอบอกว่าวันเน้ร้อนมากๆๆๆเรย แต่จะให้หยิบเสื้อบางๆมาใส่ก้อใช่ที่ ครั้นจะใส่ลายดอกสุดระบายอากาศก้อเหนจะเร็วไปหน่อย สุดท้ายเรยจบลงที่เสื้อยืด"I don't care."ที่บางพอดีๆแบบไม่น่าเกลีดนัก และใส่นอนตากพัดลมจนสัก 10โมงเหนจะได้ ก้อเรยออกไปตัดผมที่ร้านเดิม และทรงเดิม แต่ผลออกมาว่ามันได้ทรงเดิมจิงๆ แบบว่าสั้นเต่อสุดๆแบบ"เดิม"ตอนแรกเรยอ่ะ - -"
 
     คือ พอตัดออกมาก้อเสียเซลฟ์อยู่แล้ว แต่ไคล์แมกซ์มันอยุ่ตรงที่เดินไปรอรถเมล์ไปโลตัส ก้อมีนักศึกษาหลายคนยืนอยู่อ่ะนะ แต่มีนังสองคนที่มันมาเจ๋อนินทาให้เราได้ยิน แล้วชี้ชวนกันดูทรงผมเราประมาณว่า "แกๆดูทรงผมน้องคนนั้นดิโคดฮาเรย เจ๊แกโคดมั่นอ่ะตัดทรงนี้" อีอีกคนก้อเปนลูกคู่เรย "อ่าว ก้อแกไม่เหนเค้าใส่เสื้อออ .. ไอด้อนแคร์ คงไม่แคร์ใครเจงๆอ่ะตัดทรงนี้" .. ตอนนั้นฟังแล้วแบบ กูผิดไม๊เนี่ยยยยยย!!!! ในใจคิดว่าจะกลับบ้านดี รึจะไปโลตัสดี แต่รถมันมาพอดีเรยยขึ้นไปอย่างงงๆ สรุปคือไปโลตัส 55+
 
     แล้วๆๆๆ .. ประเด็นอีกทีมันอยู่ตอนทานอาหารเยนที่บ้าน พอพ่อเหนพ่อก้อถามว่า ร้านไหนแกล้งมา เราก้อได้แต่หัวเราะเหอะๆๆ ซักแปปปู่หันมามองแล้วพูดว่า "ชั้นเคยบอกแล้วไง ตัดผมวัยรุ่นสมัยนี้ง่ายจะตาย แค่ทำให้มันดูทุเรศๆเข้าไว้" ... ตอนนี้ชักเริ่มรุสึกว่าหัวตัวเองตอนนี้มันแย่มากๆๆแล้วอ่า T_T
 
 
January 25

ความสำเร็จของเพื่อน และความรันทุรังของเรา

 
    ก่อนอื่นเรยต้องขอแสดงความยินดีอีกรอบกับบัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาอัสสัมชันทุกคน พี่เอิ้ล รวมทั้งแกด้วยนะไอนุ(ถึงแกจะไม่มาอ่านก้อเหอะ) เมื่อวานเรามีโอกาสได้ไปงานรับปริญญาของเพื่อนมา ขยันสุดยอดจบสามปีครึ่ง ซึ่งงานมอบปริญญาบัครนี้ก้อจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ แล้วคือแค่ลำพังงานรับปริญญาคนก้อเยอะอยู่แล้ว เมื่อวานยังเปน"วันจ่าย"ของคนจีนอีกตะหาก โอ้โห!!คนเยอะx2 แบบว่าไม่ว่าจะไปที่ไหน ไปยังไง ก้อเจอแต่ คน คน คน ทำให้เราไม่สามารถเอารถไปถึงศูนย์ประชุมได้ ในที่สุดก้อต้องจอดไว้ที่คาร์ฟูร์รัชดาฯ แล้วก้อนั่งใต้ดินไป แล้วก้อนะอย่างที่บอกใต้ดินก้อได้ดินเหอะ คนโค้ดดดเยอะเรย หยั่งกะอาณาจักรไส้เดือน เยอพเปนเรือนพันเรือนหมื่นเรยทีเดว ..
 
    และในที่สุดเมื่อเราไปถึง พอขึ้นไปบนดินจนได้ - -" ปรากฎว่าบนดินคนยิ่งเยอะกว่าตะเก๊อี๊กกก!!! ซวยแล้วตูจะหาเพื่อนเจอไหมเนี่ย ก้อเรยเอาวะลองเสี่ยงดวง โทรหามันดู(ตอนรับปริญญาปีที่แล้ว เราเหนเหตุการณ์ที่มือถือบัณฑิตแบตหมดแล้วทำให้ติดต่อใครไม่ได้เยอะมาก - เพราะฉะนั้นจะแนะนำ และเตือนตัวเองไว้เรยว่า ตอนรับปริญญานะ ตูจะเกณฑ์คนที่บ้านมาถือโทรศัพท์ไว้เรย แล้วจะให้ถือไว้ซะสามเครื่องเผื่อแบตหมด) ..
First call
 
วิ : (โทรหามัน) .. ตรู๊ดดด ..
นุ : ฮัลโหล 
วิ : เฮ้ย .. แกอยุ่ไหนวะตอนนี้
นุ : ออ .. นุมารับปริญญาอ่ะคับวันนี้
วิ : เออ .. กูรู้แล้ว แล้วเมิงอยู่ที่ไหนอ่ะ กูมางานเมิงเนี่ย
นุ : ออ อยู่ศูนย์สิริกิตติ์อ่ะคับ มาถึงแล้วบอกนะคับ .. กรึ๊ก(วางสาย) ..
วิ : "อีนุ กูมาถึงแล้ววววว!!!"(ไม่ทัน)
 
Second call
 
นุ : ว่าไง ถึงแล้วออ?
วิ : เออ .. ถึงตั้งแต่โทรมาครั้งที่แล้วละ
นุ : อ่าว แล้วทำไมไม่บอก
วิ : (คิด : เมิงรอกูบอกป่ะล่ะ?) เออช่างเหอะ .. แล้วตอนนี้แกอยุ่ไหน?
นุ : ออ .. อยุ่ข้างหน้างานเรยอ่ะ
วิ : เชๆ
นุ : (อย่างรวดเร็ว) เชๆ .. งั้นเจอกันนะ .. กรึ๊ก ..
วิ : "เฮ้ยย เด๋วววว"(ไม่ทัน)
 
Thrid call
 
วิ : แกอยู่หน้างานประตูไหนอ่ะ?
นุ : ออ .. ตอนนี้เรากลับเข้ามาใหม่แล้วอ่ะ
วิ : (คิด : ถ้าเมิงไม่ใชบัณฑิต และกูใกล้กู กูตื๊บเมิงไปละ) อ่ะนะ .. แล้วเมิงอยุ่ที่ไหนตอนนี้?
นุ : อยู่ในห้องรับปริญญาอ่ะ
วิ : อ่าว .. แล้วเราจะเข้าไปได้ออ?
นุ : ด้ายยย .. เข้าได้ทุกคนแหละ รีบมานะ ..กรึ๊ก..
 
Forth call
 
วิ : ห้องรับปริญญาไหนอ่ะ?
นุ : มีอยู่ห้องเดวอ่ะ เจอกันนะ ..กรึ๊ก..
 
 
Fifth call
วิ : แล้วชั้นจะไปได้ยังไง?
นุ : ก้อเดินมาไง เจอกันนะ .. กรึ๊ก ..
วิ : "สาดดดด"
 
Sixth call -"-
 
วิ : (หลังจากพาตัวเองมาที่ห้องรับปริญญาที่มีห้องเดียวของมันได้แล้ว) แกอยู่ไหนของห้องรับปริญญาอ่ะ?
นุ : อยู่ในห้องอ่ะ
วิ : เนี่ย .. ชั้ยอยุ่ในห้องเนี่ย แกอยู่ตรงไหน?
นุ : แล้ววิไปรมาอยุ่ตรงไหนอ่ะ?
วิ : อยู่ตรงป้าย Congratulation ที่ยาวๆ ใหญ่ๆอ่ะ
นุ : เฮ้ยยย .. ชอบยาวๆ ใหญ่ๆก้อไม่บอก
วิ : (คิด : เดี๊ยะกูตื๊บให้) เออ .. ช่างชั้น
นุ : เชๆ .. เด๋วไปหา
 
.. (ซักพัก) ..
มันก้อโทรกลับมา
นุ : วิไปรมาอยู่ตรงไหนนะ?
วิ : อยู่ตรงป้าย Congratulation ที่ยาวๆ ใหญ่ๆอ่ะ
นุ : ออ .. ไหนอ่ะ ไม่เหนมีเลย
วิ : อยู่เจงๆ อยู่ใต้ป้ายเรยเนียะ
นุ : ป้ายสีเหลืองๆป่ะ?
วิ : ไม่ช่ายย .. สีขาวต่างหาก ที่ยาวๆ ใหญ่ๆที่สุดอ่ะ
นุ : .. ตกลงวิไปรมาอยุ่ที่ไหนเนี่ย? ..
วิ : ก้ออยู่ในห้องง๊ายยย
นุ : ออ !!! เด๋วไปหานะ
 
และในที่สุด ก้อได้เจอมันซะที ได้แสดงความยินดี ทั้งที่เหนื่อยมากๆ เฮ้อออ - -"
 
January 23

เป๊ปซี่กรีน - เกี่ยวกะ Earth warming ไหมเนี่ย?

 
    .. คือ ตะกี้สดๆร้อนๆ เราไปหาไปกินแบบว่า .. ทำโปรเจคมานาน เบื่อแล้ว ปวดตา หาไรทำแก้เซง ลงไปเอาของมากิน ปรากฎหนมซองๆไม่มีเรย มีแต่เถ้าแก่น้อยของพี่เต็มตู้เรย - -" เรยเดินๆกะหาน้ำหวานๆกิน ปรากฎไปเจอ เป๊ปซี่กรีน เปนผลิตภัณฑ์ใหม่(รึเปล่า?)ของเป๊ปซี่(เหมือนเคยเหนไปเนตว่า ที่ญี่ปุ่นมีเป๊ปซี่ไลท์ .. คือเปนเป๊ปซี่สีขาวอ่ะ) มาพูดถึง เป๊ปซี่กรีน กันต่อ ..
 
    เนื่องด้วย ณ ขณะนั้นฟีลแบบว่า สมองกะลังบรรเจิดไปด้วยไอเดีย เพราะอยู่ในขณะเพิ่งหยุดพักหลังจากทำโปรเจคมานาน ทำให้เราเรยคิดอะไรแผลงๆว่าไอเป๊ปซี่กรีนนี่มันจะเกี่ยวของอะไรกับพวกรณรงคลดโรคร้อนป่าวหว่า? แบบ think green ไรแบบนี้ ว่าแล้วก้อสงสัยต่อไป ว่ารสชาติมันจะเปนยังไงหว่า มันจะเหมือนเป๊ปซี่ธรรมดาอ่ะเป่า? - และเนื่องจากเรา เหล่านิสิตคณะวิทยาศาตร์ถูกปลูกฟังมาไม่ให้เชื่อในสิ่งที่เห็น ให้เชื่อในผลการทดลอง เราก้อเรยทดลองมันดูซะหน่อย .. ผลลัพธ์ที่ได้ก้อคือ เรารุสึกว่า อีเป๊ปซี่กรีน เนี่ยรสชาติมันห่วยแตกมากๆเรยอ่ะ รุสึกว่ารสมันไม่เหมือนเป๊ปซี่ แต่มันก้อเหมือนกะไรบอกไม่ถูกรู้แต่ไม่ชอบ แต่ด้วยสมบัติของมันมั้ง กินไปอึกเดวมันยังติดที่ลิ้นอยู่เรยอ่า - พูดถึงตอนนี้ทำให้เรารุสึกถึงคำพูดของเพื่อนที่ภาคเราคนนึงแบบว่าตอนนั้นนั่งกินข้าวกันอยู่ แล้วพอดีไอแนนมันไปซื้อ แลคตาซอยแบล็กมากิน เราก้อบอกไปว่ามันไม่เหนจาอร่อยเรยไรทำนองนี้ แล้วก้อ .. ออกทะเลเจ้าข้าเอ๊ย คุยไปคุยมาพูดถึงเรื่องแฟนต้าลื้นจี่ ซึ่งเราให้ความเหนไปว่า "คือเรากินแล้วรุสึกว่า ลิ้นจี่มันควรจะกลับไปเปนลิ้นจี่อย่างเดิมอ่ะ ไม่น่ามาเปนแฟนต้า" แต่ คุณไมค์ เพื่อนภาคเราคนหนึ่งกลับเปนแฟนของแฟนต้าลิ้นจี่อยู่ และนอยมากนี่มันเลิกผลิตไปแล้ว เพราะมีคนที่คิดแบบเรามากกว่า 555
 
    ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องของอร่อย(สำหรับเรา) แล้วมันก้อเลิกผลิตไปแล้ว ก้อเหนจะมี โฟร์โมสรสกล้วยหอม นี่แหละ .. คือเราเปนคนชอบกล้วยหอมเปนชีวิตจิตใจ ตอนนั้นที่มันวางขาย ได้กินแค่ 2-3 ขวดเองมั้ง(ขนาดตอนมันวางขายยังหาซื้อยากมากๆอ่า) แถมตอนนี้ยังเลิกผลิตไปแล้ว สร้างความเสียดายให้เราเปนอย่างมาก - ทั้งที่เราก้อคิดว่ามันอร่อยๆดีแท้ เหอๆๆ
 
     .. อันนี้เปนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกเรื่องแล้วกัน คือตะกี้ตอนที่เราจะกิน เป๊ปซี่กรีน เราเพิ่งสังเกตข้างขวด มันมีเขียนว่า มีคาเฟอีน เราก้อเรย "เหอ!! .. เป๊ปซี่กรีนมีคาเฟอีนด้วยหรอ" แล้วก้อเรยไปดูกบเป๊ปซี่ออริจินัล ปรากฎว่ามันก้อมีคาเฟอีนเหมือนกัน ตอนนั้นรุสึกแบบว่า"จิงดิ๊ .. เพิ่งรุ้นะเนี่ย" รุสึกเหมือนโง่มากๆที่เพิ่งสังเกตเหน 55
 
January 20

visa อเมริกา .. ข้าก้อได้มาแร้น !!!

 
     .. วันนี้เรียกได้ว่าเปนวันที่สำคัญวันหนึ่งสำหรับเราเรยทีเดียว เพราะเปนวันที่ทางสถานฑูตนัดให้ไปสัมภาษณ์วีซ่า ซึ่งการจะได้ไป รึไม่ได้ไป work&travel ของเราก้อขึ้นอยู่กะเรื่องนี้เปนสำคัญด้วย เพราะถ้าวีซ่าไม่ผ่าน ก้ออดไป แล้วจะทำยังไงกับชีวิตล่ะ หาก้อไม่ได้หา เรียนก้อไม่ได้สมัครไว้ .. แต่ช่างเหอะ ในที่สุด วีซ่าอเมริกา ข้าพเจ้าก้อได้มันมาในมือ วะฮะฮ่า
 
     เริ่มด้วยวันนี้ ก้อมามหาลัยแต่เช้าเหมือนเดิม ทำนู่นทำนี่ พอได้ซักแปดโมงก่าๆ ก้อเดินไปที่สภากาชาดไปบริจาคเลือด ซึ่งเด๋วนี้สภากาชาดเค้าพัฒนาแล้วเว่ย เค้ามีรถแบบ รถกอล์ฟ บริการรับ-ส่ง จากที่หน้าประตู ไปถึงตึกที่บริจาคเลือด แต่เนื่อจากข้าพเจ้าไม่รู้ เรยเดินเข้าไปเฉยๆ ปรากฎว่าเหตุการณ์ระทึกใจก้อเกิดขึ้น โดยไอรถกอล์ฟรับ-ส่งที่มันจอดอยุ่ ก้อติดเครื่องแล้วไล่ตามตู เท่านั้นไม่พอ คนขับก้อตะโกนเรยให้ขึ้นรถ .. ทั้งอาย ทั้งตกใจเรย เหอๆๆ ทั้งนี้พอบริจาคเลือดเส็ดออกมาจากตึกก้อเจอรถกอล์ฟคันเดิม(แหม่ .. มันช่างทำบุญกะตูมานะ เหอๆๆๆ) ข้าพเจ้าเรยเดินไปขึ้นมันแต่โดยดี เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม - -"
 
     ทีนี้มาเล่าถึงเรื่องวุ่นๆของการไปขอวีซ่าบ้าง .. อันนี้หลังจากการรับประทานอาหารกลางวันแสนอร่อยที่จุลจักรพงษ์ฟู้ดเซนเตอร์อันสนิทสนมของเด็กวิดยาแล้ว เรากะเมย์(อีนี่อีกแล้ว)ก้อออกเดินทางไปยังสถานฑูตอเมริกา
วิ :       แกแล้วจะไปยังไงกันดี ?
เมย์ :   ก้อแล้วแต่เมิงอ่ะ
วิ :      โอเค .. แล้วมันอยุ่ตรงไหนอ่ะ ไอสถานฑูตเนี่ย ?
เมย์ :   เหนไอเอ้บอกอยู่ใกล้ BTSเพลินจิต แล้วนั่งมอไซค์ต่อ
วิ :      โอเช .. งั้นไปแท็กซี่นะ
เมย์ :   ...
 
วิ :      แล้วบอกแท็กซี่ว่ารัยดีอ่ะ ?
เมย์ :  ก้อบอกว่าไปสถานฑูตเมกาดิวะ
วิ :      แล้วถ้าเค้าไม่รู้อ่า
เมย์ :  เมิงก้อเอาคันที่รุ้เดะ
วิ :      .. เออเนอะ

    ครับ .. แล้วเมื่อสองกะเหรี่ยงได้พาตัวเองทั้งสองไปถึงสถานฑูตแล้ว ก้อเริ่มไปต่อแถวตรวจร่างกาย ตรวจเอกสาร ทำนู่นทำนี่ แล้วก้อรอ ร้อ รอ จนถึงบ่ายสอง กว่าจะได้สัมภาษณ์ และแล้วสิ่งที่สร้างความตระหนกแก่พวกเราทั้งสองก้อปรากฎตรงหน้า ก้อไอสัมภาษณ์วีซ่าที่ว่าเนี่ย ตรูก้อเพิ่งรู้ว่ามันให้ไปยืนตอบคำถามเค้าเหมือนเวลาเราไปซื้อบัตร BTS อ่ะ(ตอนแรกนึกว่าอารมณ์เดียวกับสัมภาษณ์ทั่วๆไป แบบว่าเค้าไปในห้องไรงี้) โอ้คับ .. และในที่สุดต่อหน้าประชาชี เราทั้งสองก้อต้องทำอย่างนั้นแล เหอๆๆ

    แต่ .. ระหว่างที่จะเข้าสัมภาษณ์สิคับ แถวเราดันมีเพื่อน(ที่เพิ่งรุจักกัน)ที่แสนจะหวังดี คอยพูดไซโคพวกเราตลอด

เพื่อนผู้หวังดี :เฮ้ย .. เวลาสแกนนิ้วนี่ ต้องนิ้วไหนมั่งนะ ?

วิ : เอ่อ .. เราก้อไม่รุ้อ่ะ

เพื่อนผู้หวังดี : แล้วนิ้วไหน ภาษาอังกิดว่าไรมั่งอ่า ?

วิ : เอ่อ ..ต้องท่องด้วยออ  เราก้อไม่รุ้อ่ะ

เพื่อนผู้หวังดี(อีกคน) : ก้อมีอย่างนี้นะ ทัม อินเด็กซ์ มิดเดิ้ล ริงค์ ลิตเติ้ล

เพื่อนผู้หวังดี/เมย์/เรา : ออ อืมๆ ขอบคุนมาก

.. จากนั้นเรากะเมย์ก้อพยายามใช้ความสามารถจำมันให้ได้อย่างรวดเร็ว ..

แต่เนื่องจาความตื่นเต้นของไอเมย์ จึงทำให้เกิดเหตุการ์ต่อไปนี้ ..

เมย์ : ไอวิ นิ้วชี้ว่าไงนะ

วิ : ก้ออินเดกซ์ไง

เมย์ : นิ้วนางอ่ะ

วิ : ริงค์

เมย์ : เฮ้ยยย .. แล้วถ้ากูจำไม่ได้ ทำไงเนี่ย

วิ : มึงก้อไปยืนไล่นิ้วเอาไง

เมย์ : แล้วถ้ากูจำไม่ได้ ไล่ไม่ได้อ่ะ ?

วิ : หน่า .. เด๋วเค้าเหนมึงงงๆเค้าก้อชูให้ดูเองแหละว่าหมายถึงนิ้วไหน

เมย์ : แล้ว ..

วิ : เอางี้ .. ถ้ามันแย่มากนัก เค้าก้อคงชูนิ้วกลางให้เมิงเองแหละ

เมย์ : - -"

     จากนั้น .. เมื่อถึงคิวของสัมภาษณ์ของเรา(ได้กงสุลที่หล่อมากก เฟรนลี่ด้วย โคดโชคดี ฮุฮุ)

กงสุล : How do you do?

เรา : Fine,thanks.

กงสุล :   (ก้มหน้าก้มตาดูเอกสาร)

เรา : (เหนกงสุลตั้งตาตั้งตาดูเอกสารก้อเรยยืนยิ้มเฉยๆ ไอที่เค้าเตี๋ยมมาให้แนะนำตงแนะนำตัวไม่ทำอ่ะ ก้อไม่เหนเค้าจะสนใจฟังนี่)

กงสุล :   Your name is very long!!

เรา : ค่ะ(เปนภาษาไทย .. ตอนนั้นเผลอ 55) .. It's long but it's cool.

กงสุล :   (หัวเราะ) .. What's your nickname?

เรา : Wi.

กงสุล :  (หัวเราะ)That's perfect.(แล้วก้อหัวเราะกับหัวเราะ ประมาณว่าชื่อเมิงนี่ยาวนะ แต่ชื่อเล่นนี่สั้นดี ก้อยังดีวะประมาณนี้)

กงสุล : Left index,please.

วิ : (โอเช นิ้วชี้ซ้ายฮับ)

 กงสุล :  o.k. Good luck!!

เรา : Thank you.

สรุป กูรอสัมภาษณ์นานมากกก แต่สัมภาษณ์จิงกิ๊กเดว กิ๊กเดวเท่านั้นผ่าน!!! และแล้วเราก้อได้วีซ่าอเมริกามาไว้ในมือ โฮะๆๆๆ

 

December 29

เกิดเป็น ญิ๋ง แท้จริงแสนลำบาก

 
     ... blog ครั้งนี้ขอมอบเครดิตให้กับกระทู้ในพันทิพกระทู้นี้เรย >> http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q7306438/Q7306438.html ตอนนี้ได้ขึ้นเปนกระทู้ฮ๊อตด้วย เพราะฮา และแอบรงกับผู้หญิงหลายๆคน เพราะเจ้าของกระทู้(ที่เปน ผช )จะเล่าๆๆเกี่ยวกับเพื่อน ผญ ของเค้า ทำให้เราเรยได้แรงบันดาลใจมาอัพ blog เกี่ยวกับความเปน ผู้ญิ๊งงง ผู้ญิ๋ง ของเราซะหน่อย 555+
 
     เรื่องแรกก้อคือ .. เรื่องรองเท้าส้นสูง(ที่ จขกท กล่าวถึงเปนเรื่องแรก ว่าทัมมั๊ย ทัมมัย ผญ ถึงต้องใส่กันจั๊ง ?)
.. แต่สำหรับตัวเราเองที่เคยมีโอกาส(บ้าเห่อ)ใส่รองเท้าส้นสูงกับเค้ามั่ง แต่ก้อต้องเลิกไปเพราะได้รับกระแสตอบรับมาไม่ค่อยดี เนื่องจากสาเหตุหลักคือ เราเปนคนตัวใหญ๋(แถมอ้วนด้วย) เวลาใส่ส้นสูง ถึงมันจะทำให้เพรียว(บ้างนิดนึง)จิง มันก้อดูตัวใหญ่อยู่ดี แถมไม่ใช่ใหญ่ธรรมดา กลายเปน "ใหญ่หยั่งกะยักษ์" โอเชชช .. ก้อนั่นแหละประเด็น - -"
 
.. นอกนั้นเรายังมีประสบการณ์เลวร้ายกับส้นสูงอีก อย่างมีครั้งนึงที่ใส่ส้นสูง(อย่าเรียกส้นสูงเรย เรียกว่า มีส้นนี้สนึง ดีกว่า)ไปมหาลัย วันนั้นจำได้เรยไปเชียร์บอลภาคตอนเยน แล้วแบบฝนเพิ่งตก สนามเปียกๆ ดินข้างสนามก้อเหลวๆ แล้วต้องเดินฝ่าเข้าไปเชียร์ข้างสนาม ผลก้อคือ จมค่ะจม แถมยังทิ้งรอยน่าอายของส้นรองเท้าไว้เปน หลุมๆๆๆๆ อีก 555+
 
   ยังมีเรื่องอีกตอนที่ใส่ส้นสูงแล้วลงรถป๊อปตอนนั้นแบบว่ายกขาสูงเกิ๊น ส้นสูงไปเยวกับกระโปรง แต่เนื่องจากเซฟมาอย่างดี(ทั้งรัดเข้มขัดจนแน่น ทั้งติดคลิปไว้)กระโปรงเรยไม่หลุด แต่สิ่งที่ตามมาคือ แคว่กกก!!! กระโปรงขาดค่า ไม่ต้องตกใจไป ขาดแค่ตรงที่มันเปนตะเข็บชายกระโปรงเท่านั้น ตอนนั้นจำได้ว่าเสียงดังมาก แต่เรายังทำเนียน 55+

 

      เรื่องที่สอง อันนี้เกี่ยวกับเรื่องกระเป๋า ที่ ผญ ส่วนมากชอบ แบกกกก อะไรเยอะแยะไปหมดตลอดเวลา

    อันนี้ขอแอบเมาท์เพื่อนตัวเอง(เรียกว่าชั่วก้อได้ 55) คือเพื่อน ผญ ของเราคนนี้เค้าจะแบกของมาเยอะมากๆๆๆ เยอะจนถือเองไม่ไหว และมักให้เราช่วยถือเสมอๆ แต่เนื่องจากเเปนคนที่ตัวใหญ่(ที่สุดในกลุ่ม)มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เรยชินกับเรื่องแบบนี้ เรียกว่าบางทีไม่ต้องขอวิก้อจัดให้ - แต่เรื่องมันมีอยู่ ตอนที่ได้ไปทำกิจกรรมอย่างหนึ่งด้วยกัน และก้อเช่นเดิม เจ๊แกก้อขนของไปเย้ออออมากอัดไปเต็มกระเป๋าไซส์Mของแก(ซึ่งของของแก ก้อจะเป็นประเภท ครีมนู่นนี่ทุกชนิด ครั้งหนึ่งตอนจำความได้ว่า เราไปอาบน้ามหลังจากแก และต้องกลับมานั่งรอแกอีกราวๆชั่วโมงนึง สำหรับการทาครีมต่างๆ เรียกได้ว่าคงไม่จำเป็นต้องเมคอัพด้วยซ้ำเพราะทาไปแล้วหลายชั้นมาก พอถามว่านี่อะไร แกก้อจะสาธยายมาให้ฟัง นี่ครีมหมอ นู่นครีมลบจุดด่างดำ นี่ครีมกันแดด โน่นรองพื้น ฯลฯ .. ซึ่งจิงๆเราอยากจะบอกว่าไอครีมกันแดดอ่ะคงไม่ต้อหรอก เพราะแค่นี้ UV มันก้อทะลุครีมแกไปไม่ถึงชั้นผิวหนังแล้ว เหอๆๆ) มาว่ากันต่อหลังจากที่เราถือกระเป๋าให้แกตามความเคยชิน และไม่ได้คิดอะไรมากมาย จนอยู่มาวันนึงก้อมีเพื่อนที่ร่วมกิจกรรมด้ยกันมาเปิดอกคุยกะเราว่า ทำไมเราต้องไปถือกระเป๋าให้เจ๊คนนั้นด้วย ทำให้เพื่อนผู้ร่วใกจกรรมด้วยกันอีกคนเรยพลอยไม่ชอบเรา เพราะเหมือนเราไปให้ท้ายเจ๊คนนั้น .. อ่าว!!! แล้วตูผิดไม๊เนี่ย ?

     หลังจากที่เหนว่า การที่เราไปใส่ใจกระเป๋าคนอื่นเปนการทำคุณบูชาโทษแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอมาเมาท์เรื่องกระเป๋าตัวเองมั่งดีกว่า ..

 เนื่องมาจากว่า(ครึ่งหนึ่ง)เคยเปน ผญ แบบเจ๊ข้างบนนั่นแหละ คือไม่ว่าอารัย จะใช้ไม่ใช่ ตรูข๊นนนนไปหมด แล้วมันก้อต้องข๊นนนกลับ เพราะไม่ได้ใช้ ต่อมาเรยมีการเปลี่ยนแปลงตอนม.ปลายเหนจะได้ ที่เวลาต้องค่ายกะที่รร. เราก้อจะเริ่มรุ้แล้วว่า ไอพวกยาสีฟัน แชมพู สบู่ ไรงี้เพื่อนเรามันก้อเอามา ที่สำคัญมันก้อขี้เกียจเอากลับ(พอดีบ้านเพื่อนค่อนข้างมีฐานะ 55) เราก้อเรยได้อาศัยไปใช้กะพวกพวกนี่แหละสบายไม่ต้องเตรียมไรไปมาก ก้อแค่พวกของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า แค่นี้ก้อพอ นอกนั้นไปตายเอาดาบหน้า ที่ใดมี ผญ ที่นั่นไม่อดตาย - อันนี้เราก้อแอบสงสัยว่า เราจะได้รับอิทธิพลมาจากเพื่อน ผช ของเรา ที่เวลาไปค่ายวันก้อจะมาขอสบู่ แชมพูจากเพื่อนๆ ผญ แล้วมันก้อได้ไปทุกที แต่ขอโทด ผญ คนนั้นไม่ใช่ วิไปรมา แน่ขอรับ เพราะสิ่งที่พวกมันจะเจอคือ เฮ้ยย .. ใช้เส็ดแล้วยืมด้วยนะ ใช้ต่อ (คือ ตูก้อไม่เอามาเหมือนกันเว้ย)

 มีอยู่ครั้งนึงไปทริปกรุ๊ป และเราก้อหวังไว้อย่างมากว่าเพื่อน ผญ ที่ไปกะเรามันต้องเตรียมของทุกอย่างไปด้วยแน่ๆ แต่ปรากฎว่ามันดันลืมเอามา แถม ผญ ที่ไปด้วยกันก้อน้อยมากๆ จะรอสบู่ แชมพูกันก้อใช่ที่ สุดท้ายเรยต้องไปขอเพื่อน ผช ที่มาทริปด้วยกันนี่แหละใช้ 555+

 แล้วนอกจากนั้น เรายังมีนิสัยเลวๆอีกอย่างคือ เรามักจะเตรียมเสื้อผ้าไปให้พอดีที่สุด คืออาจจะเผื่อไปบ้างสัดชุดสองชุดตามแต่กรณี เช่น มีครั้งนึงไปเที่ยวอัพวากับเพื่อน ค้าง1คืน เราก้อเอาเสื้อไป 2 ตัว กางเกงตัวนึง(อันนี้ไม่รวมที่ใส่อยู่อีกหนึ่งชุด) แล้วสุดท้ายเนื่องจาก หลังจากกลับจากดูหิ่งห้อยและกินข้าวมันก้อดึกมากๆๆๆแล้ว เราก้อเรยนอนไปทั้งที่ไม่อาบน้าม มาอาบอีกทีตอนเช้าครั้งเดียวเรยกลายเปนว่า เสื้อผ้าที่ใช้จิงๆคือเสื้ออีกตัวเดียว(ใส่กางเกงตัวเดิม) .. ทีนี้ประเด็นความอุบาทว์อยู่ตรงที่ ถ้าเกิดเราจัดกระเป๋าที่ว่าพอดี๊ พอดีไปแล้วเนี่ยมันยังเกินพออยู่ล่ะก้อ เราก้อจะลดมันลงไปเรื่อยๆ 55 ดังนั้นหลังจากเปิดเทอมและมีโอกาสได้ไป เกาะสีชัง กับวิชาสีชังศึกษา การจัดกระเป๋าขอเราเรยแบบคำนวณมาให้พอดี๊!!พอดีกว่าเก่า และใส่มันลงในเป้เดิมกับที่ไปอัมพวา จนทำให้เพื่อน(ผู้ประสบเคราะห์)ที่ไปอัมพวาด้วยกันมาประหลาดใจมาก ว่าไปกระเป๋าที่ไปอัมพวา1คืน กะที่ไปค้าง2คืนมันใบเท่ากัน(ลืมบอกไป ที่ไปอัมพวาก้อพอดีกระเป๋า ไปสีชังก้อยัดไปขนาดเท่าเดิมเรย) แต่ก้อนั่นแหละ ในที่สุดก้อเหลือที่ไม่ได้ใช้กลับมาอยุ่ดี 555